UFA7777 พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000

Recent Posts

Pages: 1 [2] 3
12

เอียน ไรซ์ เล่นในตำแหน่งกองหน้า ฤดูกาล 1997/1998 ได้ลงสนามให้อาเซน่อล 27 นัด รวมทุกรายการ อยู่ในสนามเป็นเวลา  2,161 นาที ยิง 11 ประตู จ่าย 3 แอสซิสต์ แบ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 24 นัด ลงสนามเป็นตัวจริง 22 นัด เป็นสำรอง 2 นัด ยิงได้ 10 ประตู จ่าย 3 แอสซิสต์

โดย เอียน ไรซ์ ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีก 20 นัดติดต่อกันช่วงนัดแรกถึงนัดที่20 ก่อนจะได้รับบาดเจ็บ และไม่ได้ลงสนามไปกว่า 13 นัด ก่อนจะได้กลับมาลงสนามอีกครั้งใน 3 นัดสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งอาเซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครอง ด้วยการมีแต้มเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 คะแนน ส่วนที่3 เป็นของ ลิเวอร์พูล


ฟุตบอลเอฟเอคัพ 1997/1998 เอียน ไรซ์  ไม่ได้ลงสนามเลย เพราะอยู่ในช่วงที่ได้รับบาดเจ็บ โดยกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง ในรอบชิงชนะเลิศ ที่อาเซน่อล เอาชนะ นิวคาสเซิล 2-0 แต่ก็ไม่ได้ลงสนาม

ฟุตบอลลีกคัพ 1997/1998 เอียน ไรซ์ ได้ลงสนามเพียงแค่นัดเดียว ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่อาเซน่อล เอาชนะ เวสแฮมต์ ยูไนเต็ด 2-1  โดยเอียน ไรซ์ ได้ลงสนาม 83 นาที ยิง 1 ประตู ฟุตบอลยูฟ่าคัพ เอียน ไรซ์ ได้ลงสนาม 2 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 2 นัด อยู่ในสนามครบ 90 นาที
ทั้ง 2 นัด นัดแรก อาเซน่อล แพ้ PAOK 0-1 นัดที่2 อาเซน่อล เสมอ PAOK 1-1 ทำให้อาเซน่อล จอดป้ายแค่รอบแรกเท่านั้น

สรุปฤดูกาล 1997/1998 อาเซน่อล ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก และ แชมป์เอฟเอคัพ เอียน ไรซ์ มีส่วนร่วมกับทีม 27 นัด โดยคนที่ได้ลงสนามมากที่สุดคือ ไนเจล วินเทอร์เบิร์น 49 นัด

เอียน ไรซ์ ยิงได้ 11 ประตู มากที่สุดเป็นอันดับ3 ของอาเซน่อล เป็นรองมาร์ก โอเวอร์มา 16 ประตู และ เดนนิส เบิร์กแคม 22 ประตู  เอียน ไรซ์ยิงในพรีเมียร์ลีกได้ 10 ประตู เป็นรองเพียงแค่ มาร์ก โอเวอร์มา 12ประตู และเดนนิส เบิร์กแคม 16 ประตู

เอียน ไรซ์ได้รับใบเหลือง 7 ใบมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของอาเซน่อล โดยมี สตีฟ โบลด์ได้มากกว่า 9 ใบ เดนนิส เบิร์กแคมได้ 9 ใบ และปาทริค วิเอร่า 10 ใบ เอียน ไรซ์ไม่ได้รับใบแดงเลย โดยที่ปาทริค วิเอร่า ได้ใบแดงมากที่สุดในทีมจำนวน 2 ใบ
13

เดนนิส เบิร์กแคม เล่นในตำแหน่งกองหน้า ฤดูกาล 1997/1998 เดนนิส เบิร์กแคม ได้ลงสนาม
40 นัดรวมทุกรายการ อยู่ในสนามเป็นเวลา 3,019 นาที ยิงได้ 22 ประตู จ่าย 11 แอสซิสต์
แบ่งเป็นการลงสนามในพรีเมียร์ลีก 28 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 28 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา 2,449 นาที
ยิงได้ 16 ประตู จ่าย 11 แอสซิสต์  โดยเบิร์กแคม ได้ลงสนามติดต่อกัน 12 นัด ในช่วงนัดแรกถึงนัดที่ 12 ของพรีเมียร์ลีก
และจาก 28 นัดที่เบิร์กแคม ได้ลงสนาม เบิร์กแคมอยู่ในสนามครบ 90 นาที 27 นัด มีเพียงนัดเดียวที่ถูกเปลี่ยนตัวออกคือนัดที่ 35
ที่อาเซน่อล เอาชนะ ดาร์บี้ 1-0 โดยเบิร์กแคม ได้อยู่ในสนาม 30 นาที เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ จบฤดูกาลนั้น อาเซน่อล
เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการมีแต้มเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 คะแนน โดยเบิร์กแคม
เป็นรองดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกที่จำนวน 16 ประตู โดยยิงได้น้อยกว่า ไมเคิล โอเว่น,คริส ซัตตันและดิออน ดับลิน 2 ประตู

ฟุตบอลเอฟเอคัพ 1997/1998 เบิร์กแคม ได้ลงสนาม  1นัด  ในนัดที่อาเซน่อล เสมอ เวสแฮมต์ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
นัดแรก 1-1 แต่จากนั้นเกิดอาการบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงสนามอีกเลย

แต่สุดท้าย อาเซน่อล เป็นแชมป์เอฟเอคัพ ด้วยการเอาชนะ นิวคาสเซิล 2-0
ฟุตบอลลีกคัพ เบิร์กแคม ได้ลงสนาม 4 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 4 นัด ยิงได้ 2 ประตู

นัดแรกเบิร์กแคมได้ลงสนามในรอบ4 อยู่ในสนาม 120นาที และเป็นคนยิงประตูให้อาเซน่อล ชนะโคเวนทรี1-0
นัดที่2 ลงสนามในรอบที่ 5 อยู่ในสนาม 90 นาที ซึ่งอาเซน่อล ชนะ เวสแฮมต์ ยูไนเต็ด 2-1
นัดที่3 เบิร์กแคมลงสนามในรอบรองชนะเลิศนัดแรก อยู่ในสนาม 90 นาที อาเซน่อล ชนะ เชลซี 2-1 นัดที่4
เบิร์กแคมได้ลงสนาม 90 นาที  อาเซน่อล แพ้ เชลซี 1-3 ในรอบรองชนะเลิศนัดที่2 ซึ่งเบิร์กแคมยิงประตูได้ด้วย
แต่ก็ตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-4

สรุปฤดูกาล 1997/1998 อาเซน่อล เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพ โดยที่ เบิร์กแคม มีส่วนร่วมกับทีม 40 นัด โดยไนเจล วินเทอร์เบิร์น ได้ลงสนามมากที่สุด 49 นัด ,ปาทริค วิเอร่า 46 นัด  เดนนิส เบิร์กแคม ยิงได้ 22 ประตู เป็นนักเตะที่ยิงประตูให้อาเซน่อลมากที่สุดในฤดูกาล
รองลงมาคือ มาร์ก โอเวอร์มา 16 ประตู เอียน ไรซ์ 11 ประตู
14

นิโคล่า อเนลก้า เล่นในตำแหน่งกองหน้า เป็น1ในนัดเตะทีมชาติฝรั่งเศส ชุดฟุตบอลยโร 2000
ที่ประเทศฮอลแลนด์ กับ ประเทศเบลเยี่ยม เป็นเจ้าภาพร่วมกัน
รอบแบ่งกลุ่ม ฝรั่งเศส อยู่ร่วมสายกับ ฮอลแลนด์ ,เช็ก และ เดนมาร์ก
นัดแรก ฝรั่งเศส พบกับ เดนมาร์ก นิโคล่า อเนลก้า ได้ลงสนามเป็นตัวจริง อยู่ในสนาม 82 นาที
จ่ายไป 1 แอสซิสต์  ช่วยให้ฝรั่งเศส ชนะ เดนมาร์ก 3-0

เกมนัดที่2 ฝรั่งเศส พบกับ เช็ก นิโคล่า อเนลก้า ได้ลงสนามเป็นตัวจริง ได้อยู่ในสนาม 55 นาที
ก่อนจะถูกแทนที่โดย คริสตอฟ ดูการ์รี่ ซึ่งจบ 90 นาทีฝรั่งเศสเป็นฝ่ายเอาชนะไป 2-1
มาถึงเกมนัดที่ 3 ฝรั่งเศสที่เข้ารอบไปแล้ว เจอกับ ฮอลแลนด์ ที่เข้ารอบไปแล้วเช่นกัน
นิโคล่า อเนลก้า ได้ลงเล่น 9 นาทีสุดท้าย แทนที่ของ ซิลแว็ง วิลตอด์ ซึ่งจบ 90 นาที
ฝรั่งเศสแพ้ฮอลแลนด์ 2-3 แต่ก็กอดคอเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้ทั้ง 2 ทีม

มาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฝรั่งเศส ต้องมาดวลกับ สเปน นิโคล่า อเนลก้า
ได้ลงเป็นแค่ตัวสำรองในช่วง 8 นาทีสุดท้าย แทนที่ของ เธียร์รี่ อองรี ศูนย์หน้าเบอร์ 1 ของทีมชาติฝรั่งเศสยุคนั้น
และจบ 90 นาที ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายมีชัยเหนือสเปน 2-1

รอบรองชนะเลิศ ฝรั่งเศส โคจรมาเจอกับ โปรตุเกส ซึ่ง นิโคล่า อเนลก้า ได้ลงมาเป็นศูนย์หน้าคู่กับ อองรีอีกครั้ง
ขณะที่โปรตุเกสชุดนั้นนำทัพโดย หลุยห์ ฟิโก้ เกมนี้ต้องสู้กัน 120 นาที ก่อนที่ฝรั่งเศส
จะเป็นฝ่ายมีชัยเหนือ โปรตุเกส 2-1 จากประตูชัยของ ซีเนอดีน ซีดาน นาที 117
เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ฝรั่งเศส ต้องมาดวลกับ อิตาลี ซึ่ง นิโคล่า อเนลก้า มีชื่อเป็นตัวสำรองแต่ไม่ได้ลงสนาม
นัดนั้นฝรั่งเศส จัดทีมในระบบ 4-3-2-1 .ให้ เธียร์รี่ อองรี ยืนหน้าเป้าคนเดียว

กองกลางคุมเกมโดย ซีเนอดีน ซีดาน ,ดิดิเยร์ เดชองส์,ปาทริค วิเอร่า และยูริ จอร์เกฟ
ส่วยแผงแบ็คโฟร์ มีทั้งมาร์กเซล เดอไซญี่ ,โรลอง บลองค์ ,ลิลิยง ตูราม และวิเซนเต้ ลิซาราซู
เกมนั้นจบ 90 นาที เสมอกันไป 1-1 โดยฝรั่งเศสได้ประตูตีเสมอในนาที 90 จากซิลแว็ง วิลตอด์
ก่อนที่ ดาวิด เทรเซเก้ จะมาซัดประตูโกลเด้นโกล นาที 103 ให้ฝรั่งเศสชนะไป 2-1
15

เอ็ดเดอฮุย เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมปี 1966 ที่ประเทศ ฮอลแลนด์
เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพ กับสโมสร สปาร์ต้า รอทเธอดัมส์ ในปี 1985-1990
ลงสนามให้ทีมไปถึง 145 นัด แต่ไม่มีแชมป์รายการใดๆ ติดมือเลย แม้แต่รายการเดียว
จากนั้นในปี 1990 ได้ย้ายไปอยู่กับเฟเยนูร์ท ฤดูกาล 1992/1993 เอ็ดเดอฮุย ลงสนามให้ทีม
33 นัด จบซีซั่นเฟเยนูร์ท เป็นแชมป์บอลลีกของฮอลแลนด์ ด้วยการมีแต้มเหนือ ไอโฮเฟ่น 2แต้ม
เอ็ดเดอฮุย อยู่กับเฟเยนูร์ท จนถึงปี 1997 ได้แชมป์ลีก 1 สมัย และแชมป์บอลถ้วย 4 สมัย
ก่อนจะย้ายไปอยู่กับเชลซี ในปีเดียวกัน

ฤดูกาล 1997/1998 เชลซีจ่ายเงิน 2 ล้านปอนด์ ดึงตัว เอ็ดเดอฮุย มาจากเฟเยนูร์ท โดยฤดูกาลแรก
เอ็ดเดอฮุย ลงสนามให้เชลซี 39นัด เชลซีจบฤดูกาลนั้น ด้วยการได้อันดับที่ 3 ของพรีเมียร์ลีก
ตกรอบที่4 ฟุตบอลเอฟเอคัพ  แต่เชลซีคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกคัพ ด้วยชัยชนะเหนือโบโร่ 2-0
โดยเอ็ดเดอฮุย ได้ลงสนามเป็น 11 ตัวจริง ในรอบชิงชนะเลิศ  ขณะที่ฟุตบอลยุโรปรายการ
คัพวินเนอร์สคัพ เชลซีก็คว้าแชมป์มาครอง ด้วยชัยชนะเหนือสตุ๊ตการ์ท ยอดทีมจากเยอรมัน 1-0
โดยเชลซีได้ประตูชัยจากการยิงของ จิอันฟรังโก้ โซล่า  ซึ่ง เอ็ดเดอฮุย ได้ลงสนามเป็นตัวจริง

เข้าสู่ฤดูกาล 1999/2000 เอ็ดเดอฮุย ได้ลงสนามให้เชลซี 59 นัด รวมทุกรายการ
แบ่งเป็นการเล่นในพรีเมียร์ลีก 37 นัด เชลซีจบซีซั่นด้วยการได้อันดับที่ 5 ของพรีเมียร์ลีก
ตกรอบที่3 ฟุตบอลลีกคัพ เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก
ขณะที่ฟุตบอลเอฟเอคัพ เชลซีคว้าแชมป์มาครอง ด้วยชัยชนะเหนือ แอสตัล วิลล่า 1-0
โดยเชลซีได้ประตูชัยจาก โรแบร์โต้ ดิมัตเตโอ ซึ่งเกมนี้ เอ็ดเดอฮุย ลงเป็น 11 คนแรก

หลังจากฤดูกาลนั้น เอ็ดเดอฮุย ตกเป็นตัวสำรองในฤดูกาลต่อมา โดยทีมหันไปใช้บริการของ
คาร์โล คูดิชินี่ แทน และ เอ็ดเดอฮุย อยู่กับทีมจนถึงฤดูกาล 2002/2003 รวมแล้วอยู่กับทีม 6ฤดูกาล
ลงสนาม 175 นัด รวมทุกรายการ ได้แชมป์เอฟเอคัพ 1 สมัย แชมป์ลีกคัพ 1 สมัย
และแชมป์คัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย  ก่อนจะย้ายไปอยู่กับสโต๊กในฤดูกาล 2003/2004
และประกาศเลิกเล่นหลังจบฤดูกาล 2005/2006
Pages: 1 [2] 3

พื้นที่โฆษณา ขนาด 728x90 พิกเซล
ติดต่อ 080-000-0000